มาแล้ว สำหรับ Best smartphones การจัดอันดับสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม 2019 จาก Whatphone.net ไปดูกันเลยว่าเดือนนี้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นไหนจะติดอันดับกันบ้าง
BEST OVERALL: SAMSUNG GALAXY Note 10+
หน้าจอ Dynamic AMLOED ขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว หน้าจอแบบ Infinity-O ฝังกล้องหน้าบนหน้าจอ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic มาพร้อมกับขุมพลังระดับท็อป ชิปประมวลผล Exynos 9825, RAM 12GB หน่วยความจำเริ่มต้น 256GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1TB กล้องหลัง 4 เลนส์ ได้รับคะแนนจาก DxOMark สูงสุด ณ ตอนนี้
เป็นสมาร์ทโฟนที่ปรับปรุงเพื่อไลฟ์สไตล์คนทำงานและไลฟ์สไตล์ความบันเทิงได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถใช้ปากกาจดแล้วนำไปใช้งานต่อไปรวดเร็วขึ้น ไม่ต้องมาพิมพ์สรุปใหม่ภายหลัง ตัวกล้องก็ทำได้ดีขึ้นทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว อีกทั้งยังตัดต่อวิดีโอในเครื่องได้ดีขึ้น รวมถึงลูกเล่นที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอก็ทำได้มากขึ้นเช่นกัน หน้าจอใหญ่ สวย คมชัด ใช้งานแล้วสบายตา เรียกได้ว่า “Samsung Galaxy Note 10+ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน” ใครที่ใช้รุ่นก่อนหน้าอย่าง Note FE, Note8 แล้วลังเลว่าควรเปลี่ยนหรือไม่ หากงบประมาณพร้อมก็ไม่ต้องรออะไรแล้ว เพราะมีลูกเล่นมากกว่าเดิมมาก
จุดเด่น
- หน้าจอ Dynamic AMLOED ขนาด 6.8 นิ้ว แบบ Infinity-O ความละเอียด QHD+
- ตัวเครื่องบางลงจากรุ่นที่แล้วเหลือ 7.9 มิลลิเมตร
- กล้องหลัง 4 เลนส์ มาพร้อมระบบ AI ถ่ายได้ครบทุกมุมมอง พร้อมลูกเล่นเด็ดๆ อย่าง AR Doodle
- กล้องหน้าเซลฟี่ มี Night Mode และลูกเล่นมากมาย
- ปากกา S Pen กับ Samsung Notes ทำงานได้มากกว่าเดิม
- เพิ่มความพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วย microSD Card สูงสุด 1TB
- เพิ่มความปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือและการปลดล็อคด้วยใบหน้า
จุดสังเกต
- ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย
- ไม่มีช่องต่อชุดหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
บทความที่เกี่ยวข้อง
- รีวิว Samsung Galaxy Note 10+ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน
- ฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจของ S Pen ใน Samsung Galaxy Note 10, Note 10+
- 7 สิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้อ Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+
BEST CAMERA: HUAWEI P30 PRO
Huawei P30 Pro ซุปเปอร์คาเมร่าโฟนจากหัวเว่ยที่มาพร้อมกับ LEICA Quad Camera กล้องหลัง 4 เลนส์ พัฒนาร่วมกับไลก้า มอบประสบการณ์การถ่ายรูปกับมือถือได้ดียิ่งขึ้น สามารถซูมได้ถึง 10x Hybrid Zoom ไม่สูญเสียรายละเอิียดของภาพ อีกทั้งยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต่างๆ ของรุ่นนี้ให้ดีและสมบูรณ์ขึ้น
ดีไซน์กระจกขอบจอโค้งทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยมีหน้าจอ Curved OLED Display ขนาด 6.47 นิ้ว ติ่งแบบหยดน้ำ (Notch Less) ความละเอียด 2340×1080 พิกเซล FHD+ ตัวเครื่องยังกันน้ำ กันฝุ่นมาตรฐาน IP68 หมดกังวลเรื่องทำน้ำหกใส่ ชิปประมวลผลระดับเรือธง Kirin 980 Octa-core, RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256GB มี GPU Turbo 3.0มาให้สำหรับเล่นเกมส์ ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie พร้อม EMUI 9.1 มี Gestures ต่างๆ ที่ใช้งานง่ายและสะดวก
แบตเตอรี่ 4,200mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge สามารถชาร์จจาก 0% ถึง 70% ได้ภายในครึ่งชั่วโมง รองรับการชาร์จแบบไร้สายความเร็วสูงสุด 15W และมีระบบ Reverse Wireless Charging ชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับการชาร์จไร้สายเหมือนกับ Huawei Mate 20 Pro
จุดเด่นที่น่าสนใจ
- กล้องหลัง LEICA Quad Camera คุณภาพดีมาก ซูมได้ถึง 50 เท่า ถ่ายมุมกว้างก็ทำได้
- ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลัง ระบบกันสั่น OIS + AIS
- หน้าจอ OLED แม้ความละเอียดจะแค่ Full HD+ แต่ก็ยังแสดงผลได้สวยงาม ขอบหน้าจอบางมาก
- ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอทำงานได้รวดเร็ว
- ตัวเครื่องแรง ลื่นไหล ด้วยชิปประมวลผลระดับเรือธง Kirin 980 + RAM 8 GB
- รองรับระบบชาร์จเร็ว Huawei SuperCharge
จุดสังเกตที่น่าคิด
- ดีไซน์กล้องหลังนูนขึ้นถึงจะไม่มาก แต่ก็ควรหาเคสใส่สำหรับการปกปิดเลนส์ที่นูนออกมา
- หน่วยความจำภายนอกต้องใช้ Nano Memory Card ของหัวเว่ยเท่านั้น
- ตัวเครื่องถูกปิดโหมดประสิทธิภาพมาตั้งแต่โรงงาน คือ ถ้าอยากให้เครื่องแรงสะใจ ต้องเปิด Performance Mode เองในเมนูตั้งค่าแบตเตอรี่ แต่จะทำให้แบตเตอรี่ลดไวกว่าปกติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
BEST SELFIE: VIVO V15 PRO
Vivo V15 Pro ใส่จุดเด่นด้วยหน้าจอ Ultra FullView Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2316 พิกเซล เป็นพื้นที่ 91.64% ของพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด ซึ่งการจัดวางหน้าจอของรุ่นนี้เต็มพื้นที่มากๆ แถมไม่มีแถบ ติ่งใดๆ เข้ามาทำให้จอเว้าแหว่ง ใช้อินเตอร์เฟซเมนู Funtouch OS 9.0 กล้องหน้าแบบเลื่อนได้อัตโนมัติ หรือ Elevating Front Camera แถมยังเป็นกล้องหน้าที่มีความละเอียดสูงที่สุดถึง 32 ล้านพิกเซลอีกต่างหาก และยังใช้สำหรับสแกนใบหน้าอีกด้วย
ด้วยเทคโนโลยีจาก Vivo NEX นั่นคือตัวกล้องที่ใช้แบบเลื่อนขึ้นได้อัตโนมัติ (Elevating Front Camera) ที่จะเลื่อนขึ้นมาเมื่อเปิดกล้องหน้าพร้อมเสียงเสียงเอฟเฟ็คต์สื่อความไฮเทค และหุบลงไปเมื่อกลับไปใช้กล้องหลังหรือออกจากเมนูกล้องที่จะมีเสียงเอฟเฟคต์ดังเช่นกัน ซึ่งกลไกที่ใช้ร่วมกับกล้องหน้าตัวนี้ถูกพัฒนาให้มีความสมบุกสมบันและมีความเสถียรสูง ซึ่งทางวีโว่บอกว่ากล้องหน้าผ่านการทดสอบเลื่อนกล้องขึ้นลงแบบต่อเนื่องได้มากกว่า 300,000 ครั้งเลยทีเดียว แถมเรื่องลูกเล่นภายใน ก็ไม่ให้เสียชื่อวีโว่แน่นอน
จุดเด่นที่น่าสนใจ
- หน้าจอ Ultra FullView Display ขนาด 6.39 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2316 พิกเซล
- กล้องหน้าแบบเลื่อนได้อัตโนมัติ ความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล พร้อมลูกเล่นมากมาย
- กล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.8 + 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.2 เลนส์มุมกว้างพิเศษอัลตร้าไวด์ และ 5 ล้านพิกเซลสำหรับถ่ายภาพชัดตื้น Depth Camera รูรับแสง F2.4 พร้อม AI Triple Camera
จุดสังเกตที่น่าคิด
- กล้องไม่มีโหมดซูมแบบ Optical
บทความที่เกี่ยวข้อง
- รีวิว Vivo V15 Pro รวมความล้ำสมัยแห่งนวัตกรรมและความงามในหนึ่งเดียว
- รวม 10 สิ่งควรรู้ก่อนซื้อ Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนกล้องป๊อปอัพดีไซน์สวย
BEST VALUE: Xiaomi Mi A3
ต้องบอกเลยว่าค่าตัวของ Mi A3 ในราคา 6,999 บาทนั้นถือว่าคุ้มมาก เพราะนอกจากดีไซน์จะสวยงาม และเลือกใช้วัสดุเป็นกระจก Gorrilla Glass 5 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแล้ว กล้องดิจิตอลยังจัดเต็มมาให้ทั้งระบบ AI และ 3 เลนส์ ถ่ายภาพได้ทุกช่วงระยะ มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอมาให้พร้อม สเป็คการใช้งานอาจจะไม่แรงเท่าเรือธง แต่ด้วยสเป็คหน่วยประมวลผลระดับนี้ก็สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างสบายๆ หมดห่วงเรื่องอัพเดท เพราะได้อัพเดทยาวๆ 2 ปี ได้ใช้ Android 10 อย่างแน่นอน หากคิดว่างบประมาณจำกัด เราขอแนะนำ Xiaomi Mi A3 ให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะราคานี้คุ้มค่าจริงๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจ
- หน้าจอ AMOLED แบบ Dot Drop ขนาด 6.088 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1560 x 720 พิกเซล) อัตราส่วน 19.5:9 กระจก Corning Gorilla Glass 5 แบบโค้ง 2.5D
- กล้องหลัง AI Triple Camera ถ่ายรูปได้หลายมุมมอง
- บันทึกวิดีโอ 4K 30fps
- กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เลนส์ 5 ชิ้น รูรับแสง f/2.0 มุมกว้าง 79 องศา
- แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,030mAh รองรับ Quick Charge 3.0 และ Fast Charge 18W (ต้องซื้อแยก)
- รันบนระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie เข้าโครงการ Android One
จุดสังเกตที่น่าคิด
- ถาดซิมการ์ดแบบไฮบริด แต่ถ้าหากต้องการใช้ microSD Card จะต้องย้าย SIM1 ไปใช้ช่อง SIM2
- ในกล่องมีอะแดปเตอร์ 10W มาให้ แต่น่าจะแถมอะแดปเตอร์ 18W มาให้เลย
- ไม่มีแถมหูฟังมาให้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- รีวิว Xiaomi Mi A3 สมาร์ทโฟนงบประหยัด จัดเต็มกล้อง และสแกนนิ้วบนจอ
- แกะกล่อง พรีวิว Xiaomi Mi A3 สมาร์ทโฟน Android One ราคา 6,999 บาท
RISING STAR: iPhone 11
ทุกเดือนกันยายนของทุกปี มักจะมีแต่คนรอรับชมการเปิดตัวของ iPhone รุ่นใหม่ โดยคาดว่าปีนี้จะออกมาถึง 3 รุ่น ได้แก่ iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มาพร้อมกล้องหลัง 3 เลนส์ และคาดว่าเปิดตัว 10 กันยายนนี้ มารอดูกันว่าเดือนกันยายนเดือนหน้าจะเปิดตัวกันวันไหน และจะเป็นอย่างไรบ้างสำหรับสมาร์ทโฟนจากค่าย Apple รุ่นนี้
***หมายเหตุ : โดยการคัดเลือกสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมนี้จะเป็นการคัดเลือกสมาร์ทโฟนที่ทีมงาน Whatphone.net ได้ทำการีวิวทดสอบการใช้งานมาแล้ว และทำการแบ่งประเภทสมาร์ทโฟนยอดเยี่ยมออกเป็น Best overall, Best camera, Best selfie, Best value ในส่วน Rising Star จะเป็นการแนะนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ