Gadget

Garmin Vivosport นาฬิกา GPS Fitness Tracker สำหรับคนชอบออกกำลังกาย

Garmin Vivosport

ปัจจุบัน Garmin จากอดีตที่เป็นผู้ผลิต GPS สำหรับรถยนต์และการเดินทาง ได้ผันตัวกลายมาเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านอุปกรณ์สวมใส่สำหรับการออกกำลังกาย ที่มีตั้งแต่ระดับสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงนาฬิกา Multi-Sport สำหรับนักกีฬาระดับมืออาชีพ เรียกได้ว่ามีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใช้ทุกประเภทเลยก็ว่าได้ สินค้าตัวล่าสุดของทาง Garmin ตัวนี้คือ Vivosport ที่ออกมาเน้นสำหรับกลุ่มคนที่สนใจเรื่องของสุขภาพ การออกกำลังกาย

Garmin Vivosport

แต่ก็มีไลฟ์สไตล์แบบทั่วไป ไม่ได้เน้นหนักระดับนักกีฬา ถ้าดูกันแล้วสินค้าในตระกูล Vivo ของ Garmin ที่ผ่านมาจะเป็นรูปแบบของ สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ ที่เน้นข้อมูลเรื่องสุขภาพและกิจกรรมในชีวิตประจำวันเป็นหลัก และก็จะมีฟีเจอร์รองรับการออกกำลังกายได้บ้างเล็กน้อย แต่ Vivosport จะเพิ่มความพิเศษเรื่องการใช้งานเพื่อเก็บข้อมูลการออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่วิ่ง แต่ยังสามารถใช้ปั่นจักรยาน, เล่นเวท, ฟิตเนส ฯลฯ รวมถึงเก็บข้อมูลพร้อมวิเคราะห์ค่าความฟิตของร่างกายแบบที่นาฬิการุ่นระดับสูงทำได้ เช่น VO2 max และค่า Stress ความเครียดในแต่ละวัน

 

หน้าตาและการออกแบบ

Garmin Vivosport

จะว่าไปแล้ว Vivosport น่าจะเป็นตัวที่มาแทนรุ่น Vivosmart HR+ ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ เพราะหน้าตาการออกแบบจะคล้ายๆ กัน แต่ปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสปอร์ตมากขึ้น และฟีเจอร์การใช้งานที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ตัววัสดุสายที่ใช้เป็น Fiber-reinforced polymer เป็นสีแนวทูโทนดูสวยงาม หน้าจอเป็นแบบสี Chroma Display ขนาด 0.38 นิ้ว ควบคุมด้วยการสัมผัส มองเห็นได้ชัดแม้ว่าจะอยู่กลางแจ้ง และมีไฟ Backlit ส่องสว่างได้เวลาอยู่ในที่แสงน้อย

พลังงานใช้เป็นแบตเตอรี่ในตัว ชาร์จไฟผ่านสาย USB ในการชาร์จแต่ละครั้งสามารถใช้ได้นานสูงสุดถึง 7 วัน และถ้าใช้โหมด GPS เพื่อออกกำลังกาย จะใช้ได้ 8 ชั่วโมง

ด้านหลังของตัวเรือน แน่นอนว่าจะมีตัวเซนเซอร์สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แบบแสง LED 2 ดวง เพื่อการใช้เพื่อการออกกำลังกาย หรือวัดค่าเฉลี่ยด้านความฟิตของผู้ใช้เบื้องต้น

และเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ Garmin ได้ใส่ระบบระบุพิกัด GPS มาให้ในตัว Vivosport ทำให้เราสามารถสั่งบันทึกเส้นทางและเก็บระยะทางในการวิ่งหรือปั่นจักรยานได้โดยไม่ต้องพึ่ง GPS จากสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ตัวเรือนยังประกอบมารองรับมาตรฐานกันน้ำ 5 ATM สามารถใส่ว่ายน้ำได้

การควบคุมและเลือกเมนู ใช้เป็นระบบการสัมผัสหน้าจอทั้งหมด เพราะว่า Vivosport ไม่มีปุ่มกดใดๆ เลยบนตัวเรือน เราสามารถปัดเลือกเปลี่ยนหน้าจอแสดงข้อมูลไปมา และถ้าต้องการเลือกก็ให้แตะ ส่วนการเรียกเมนูการทำงาน ให้แตะหน้าจอค้างไว้ประมาณ 3 วินาทีก็จะเปิดเมนูในเครื่อง และถ้าต้องการกลับไปหน้าแสดงข้อมูลหลัก ก็แตะค้างไว้อีกครั้ง

 

ความสามารถด้าน Fitness Tracker

This slideshow requires JavaScript.

การใช้งานเพื่อติดตามผลการออกกำลังกายในแต่ละวัน ถือว่าครบถ้วน ทั้งการนับก้าวเดินในแต่ละวัน, จำนวนชั้นของการขึ้นบันได, ปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ, จำนวนชั่วโมงในการออกกำลังกาย และตรวจจับสถิติการนอน มีการสั่นเพื่อเตือนเวลาที่ไม่เคลื่อนไหวนานๆ เพื่อป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรม

และด้วยที่มีระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจภายในตัว เมื่อสวมใส่เอาไว้ตลอดเวลา (รวมถึงตอนนอน) ก็จะวัดค่า Rest Heart Rate ให้อัตโนมัติ และมีฟีเจอร์พิเศษเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อนๆ คือ ระบบวัดค่าความเครียด (Stress) แสดงผลเป็นกราฟตลอดทั้งวัน และระดับความเครียดในขณะนั้น พร้อมทั้งมีตัว Relax Timer เพื่อให้ผู้ใช้ได้ฝึกการผ่อนคลาย ด้วยการหายใจเข้า-ออกตามจังหวะที่กำหนด คล้ายๆ กับการนั่งสมาธิ เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนเข้าไปมากกว่าปกตินั่นเอง และเมื่อร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอก็จะช่วยระบบภายในร่างกายได้ผ่อนคลายได้

 

ฟีเจอร์สำหรับการออกกำลังกาย

ความสามารถด้านการใช้งานเพื่อออกกำลังกายบ้าง จะรองรับการออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง สำหรับกิจกรรมในร่มตัวเรือนจะใช้วิธีจับการเคลื่อนไหวแล้วนำมาคำนวณค่า ส่วนกีฬากลางแจ้งจะใช้ GPS มาเก็บข้อมูลของพิกัด, ระยะทาง และความเร็ว โดยโหมดกีฬาและการออกกำลังกายที่รองรับจะมี

  • การวิ่ง รองรับการวิ่งทั้งวิ่งบน Treadmill และวิ่งกลางแจ้ง
  • ปั่นจักรยาน ทั้งปั่นด้วยจักรยานฟิตเนส, ปั่นบนเทรนเนอร์ และการปั่นจักรยานบนถนน
  • การออกกำลังกายอื่นๆ ใช้จับระยะได้ด้วย GPS และการเคลื่อนไหวสำหรับกีฬาในร่ม ซึ่งเมื่อบันทึกเสร็จแล้ว สามารถไปเลือกแก้ไขประเภทใน Garmin Connect ได้ภายหลัง
  • การออกกำลังกายแบบ Strength Training ที่จะช่วยนับการออกกำลังกายท่าต่างๆ ให้แบบเป็นเซต และช่วยจับเวลาในการพักระหว่างเซตได้
  • การออกกำลังกายในรูปแบบของ Cardio ที่เลือกได้ทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง

 

VO2 max

ใน Vivosport ได้ใส่ระบบวัดค่า VO2 max มาให้ด้วย ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ความฟิตของร่างกายของเรา ประเมินจากระดับการใช้ออกซิเจนระหว่างขณะที่ออกกำลังกาย ที่เราสามารถเข้ามาทดสอบเพื่อเก็บสถิติได้ และยังมีการแสดงผลแบบ Fitness Age ที่บอกได้ว่าความฟิตของคุณนั้น อยู่ในระดับเทียบเท่ากับคนอายุเท่าไร

 

ทำงานควบคู่กับสมาร์ทโฟน ผ่านแอพ Garmin Connect

Garmin Vivosport

Vivosport ในการใช้งาน จะต้องเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth กับสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่น Garmin Connect มีรองรับทั้งในระบบ iOS และ Android ที่ครั้งแรกเราจะต้องลงทะเบียนอุปกรณ์ของเรากับบัญชี Garmin เพื่อที่ว่าเมื่อออกกำลังกายหรือสถิติการเคลื่อนไหวต่างๆ ในแต่ละวัน จะถูกโอนเข้ามาที่สมาร์ทโฟน และอัพโหลดเข้าไปในระบบของ Garmin เพื่อประมวลผลค่าเก็บเป็นสถิติของเราไว้ เพื่อใช้วิเคราะห์และดูย้อนหลังได้

เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว Vivosport ยังใช้งานเสริมด้านอื่นเพิ่มได้ด้วย ตั้งแต่แสดงการแจ้งเตือน (Notification) จากมือถือมาแจ้งที่หน้าจอของ Vivosport โดยที่รองรับภาษาไทย และยังใช้เป็น Music Control เปลี่ยนเพลงที่กำลังเล่นในมือถือของเราได้ กดสั่งเพื่อค้นหามือถือเวลาที่หาเครื่องไม่พบ (แต่ต้องอยู่ในระยะเชื่อมต่อสัญญาณ Bluetooth) และยังแสดงข้อมูลสภาวะอากาศในปัจจุบันได้อีกด้วย

 

ทดสอบลองใช้ Vivosport ในการวิ่งและปั่นจักรยาน

 ลองทดสอบการใช้งาน Vivosport ทั้งในโหมดการวิ่งและปั่นจักรยาน ในการวิ่งได้ทดสอบการวิ่งกลางแจ้ง ที่เปิดใช้งาน GPS ในตอนแรกเราจะต้องรอให้ระบบเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 15-30 วินาที ถือว่าไม่นานมาก (แล้วแต่สภาวะอากาศและสิ่งกีดขวาง)

ตัว GPS ทำงานวัดระยะทางได้ค่อนข้างแม่นยำ ไม่มีผิดเพี้ยนหรือหลุดจากเส้นทาง รวมถึงค่าต่างๆ ทั้งความเร็ว, Pace, ระยะขึ้นลงเนิน และอัตราการเต้นของหัวใจก็บันทึกเอาไว้ได้ครบถ้วน และเก็บรายละเอียดได้ระดับที่วัดจำนวนรอบขา (Cadence) ระหว่างวิ่งให้ได้ด้วย ส่วนการปั่นจักรยาน ที่ทดสอบปั่นบนถนนจริง การเก็บระยะทาง, ความเร็ว ระยะปั่นขึ้นลงเนิน และอัตราการเต้นของหัวใจก็บันทึกได้เช่นกัน

การเก็บข้อมูลจะมีโหมด Auto Lap ที่จะบันทึกรอบของการวิ่งหรือปั่นจักรยานให้อัตโนมัติ (ถ้าเส้นทางนั้นเป็นลักษณะวนรอบ) และมีสั่ง Auto Pause เพื่อหยุดการบันทึกในช่วงที่เราพักให้อัตโนมัติ

 

ประสบการณ์หลังลองใช้

ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนๆ ที่ Garmin ผลิตออกมาในซีรี่ย์ของ Vivo นั้น ถือว่าทำงานได้ดีตามมาตรฐาน ความแม่นยำของการนับก้าว, การคำนวณค่าฟิตเนสต่างๆ ทำได้น่าพอใจ ฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีใน Vivofit ที่เป็น Fitness Tracker มีมาให้ครบใน Vivosport แล้วยังมีฟีเจอร์ระดับสูงที่มีให้ในพวกนาฬิกา Forerunner อย่าง VO2 max และ Stress เพิ่มมาให้ด้วย ก็ถือว่าคุ้มค่าในตัวเดียว

แบตเตอรี่ตามสเปคบอกว่าใช้งานได้สูงสุด 7 วัน ลองใช้แบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและมีการแจ้งเตือนตลอดเวลา มีออกกำลังกายบ้างวันละ 30-45 นาที แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้ประมาณ 3-4 วัน ซึ่งก็ค่อนข้างตรงกับสเปคที่แจ้งไว้ แบตเตอรี่ตัวสายชาร์จเป็นแบบเดียวกันกับ Fenix 5 ใช้แทนกันได้เลย และการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแต่ละครั้ง ใช้เวลาประมาณ 45-60 นาทีก็เต็มแล้ว ตัวสายออกแบบมาตัวล็อคเป็นแบบสายนาฬิกา ใส่ได้กระชับและไม่หลุดง่าย และการออกแบบตัวเรือนที่ขนาดกำลังดี ไม่หนาจนเกินไป ใส่นอนก็ไม่รู้สึกรำคาญอะไร

แต่ว่า Vivosport เองก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ต้องทราบคือ ตัวสายนั้นเปลี่ยนไม่ได้ ถูกออกแบบมาให้ติดกับตัวเรือนถาวร และสายจะมีให้เลือก 2 ขนาดคือ ขนาด S/M และ L

สำหรับโหมด Strength Training นั้น ส่วนตัวทดสอบแล้ว มีแอบขัดใจบ้างตรงที่การนับจำนวนครั้งเวลาที่ออกกำลังกายบางทีก็ไม่นับให้ และการจับเวลาก็ต้องมากดบันทึกเอง ส่วนตัวระบบ Relax Timer เสียดายที่การจับเวลาไม่มีระบบสั่นคอยแจ้งเหมือนกับใน Apple Watch ทำให้เราเวลาจับเวลาการหายใจเข้าออก ต้องมามองหน้าจอตลอดเวลา

 

Vivosport  เหมาะสำหรับใคร?

ดูโดยรวมแล้ว Vivosport คือตัวที่อยู่ขั้นกลางระหว่างความเป็นสายรัดข้อมือ Fitness Tracker ที่เอาไว้เก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน กับนาฬิกา GPS สำหรับวิ่งระดับสูสีกับ Forerunner 235

Vivosport เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้เน้นเรื่องฝึกฝนระดับนักกีฬา หรือไม่ได้วิ่งหรือปั่นจักรยานในระดับจริงจังมาก เพราะการเก็บข้อมูลในส่วนของวิ่งนั้น พื้นฐานเพื่อมาดูสถิติทั่วไปถือว่าครบถ้วนใช้ได้อยู่ แต่กับการปั่นจักรยานนั้น ตัว Vivosport ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์วัดความเร็วและรอบขา (Speed & Cadence) ซึ่งจำเป็นในเรื่องการฝึกฝนการปั่นแบบ Interval

ถ้าหากคุณหลักๆ แล้วมีไลฟ์สไตล์ทั่วไป แล้วมีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง และคุณก็อยากได้ตัวช่วยที่จะคอยเก็บข้อมูลกิจกรรมแต่ละอย่างของคุณ และด้วยการออกแบบให้เป็นสายรัดข้อมือ ที่ไม่ใหญ่เทอะทะ และใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ก็เป็นตัวเลือกที่ดี สำหรับคนที่ไม่อยากได้นาฬิกา GPS ที่ดูสปอร์ตแถมบางทีก็ไม่ค่อยเหมาะกับการแต่งตัวในระหว่างวัน

Garmin Vivosport จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ Slate (ดำ-เทา) มีให้เลือกทั้ง S/M และ L, สี Limelight (ดำ-เขียวมะนาว) มีเฉพาะไซส์ L และสี Fuchsia Focus (ดำ-แดง) มีเฉพาะไซส์ S/M ราคาอยู่ที่ 7,990 บาท

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

เรื่องยอดนิยม

To Top