Review

รีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G สมาร์ทโฟนสุดแกร่ง เรียบหรูทนทานระดับไททัน

REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI 15 Pro 5G ทั้ง 2 รุ่นเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อป และรองท็อปในกลุ่ม Note 15 Series ทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันอย่างไร รุ่นไหนคุ้มกว่ากัน เรามาแกะกล่องลองเล่นกันดูเลย

เปิดตัวไปแล้วกับ REDMI Note 15 Series ทั้ง 4 รุ่น ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ในทุกเซกเมนต์ แต่รุ่นที่น่าสนใจสุดๆ คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G และ REDMI Note 15 Pro 5G ทั้ง 2 รุ่นเป็นสมาร์ทโฟนตัวท็อป และรองท็อปในกลุ่ม Note 15 Series ทั้งสองรุ่นจะแตกต่างกันอย่างไร รุ่นไหนคุ้มกว่ากัน เรามาแกะกล่องลองเล่นกันดูเลย

REDMI Note 15

REDMI Note 15

แกะกล่องลองเล่น REDMI Note 15 Pro+ 5G

REDMI Note 15

อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมาให้ก็มีดังนี้

  • REDMI Note 15 Pro+ 5G สี Black
  • อะแดปเตอร์ HyperCharge 100 W 
  • สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-A to USB-C
  • เคสซิลิโคนสีดำ
  • ฟิล์มกันรอยแบบติดมาจากโรงงาน
  • คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

REDMI Note 15

แกะกล่องลองเล่น REDMI Note 15 Pro 5G

REDMI Note 15

อุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมาให้ก็มีดังนี้

  • REDMI Note 15 Pro 5G สี Titanium Color
  • อะแดปเตอร์ TurboCharge 45W 
  • สายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-A to USB-C
  • เคสซิลิโคนสีดำ
  • ฟิล์มกันรอยแบบติดมาจากโรงงาน
  • คู่มือการใช้งาน+ใบรับประกัน
  • เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

REDMI Note 15

REDMI Note 15 Pro+ 5G ดีไซน์ขอบจอโค้ง เรียบหรู ดูพรีเมี่ยม

ในด้านการออกแบบ ตัวเครื่องที่เราได้มาทดสอบเป็นสี Black ถูกออกแบบให้มีความเรียบหรู คลาสสิค มีระดับ แต่มีรายละเอียดการออกแบบที่ประณีต โมดูลกล้องโดดเด่นด้วยลาย Volcanic Deco แบบลอยตัวที่ช่วยให้การจัดวางกล้องดูสมดุล โครงสร้างบางเบา แต่มีความทนทานระดับ REDMI Titan Durability ที่พร้อมรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

REDMI Note 15

หน้าจอของรุ่นนี้มีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นคือมีขอบหน้าจอแบบโค้ง มีขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2772 x 1220 พิกเซล) ใช้จอภาพคุณภาพสูงอย่าง CrystalRes AMOLED มาพร้อม All-Around Liquid Display ที่ให้ความสว่างสูงสุด 3200 Nits ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนแม้ในที่แสงแดดจัด สีสันสมจริง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี 3840Hz PWM Dimming ที่ช่วยลดแสงกระพริบเพื่อความสบายตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือซ่อนอยู่ใต้หน้าจอแสดงผลอีกด้วย

ลำโพงคู่แบบสเตอริโอยังถูกติดตั้งไว้ที่ส่วนบน และส่วนล่างตัวเครื่อง ให้เสียงแยกซ้ายขวาชัดเจนมีมิติเมื่อรับฟังเพลง หรือชมภาพยนตร์ อีกทั้งยังให้ความดังมากถึง 400% รองรับระบบเสียง Dolby Atmos และ Hi-Res

REDMI Note 15 Pro 5G ดีไซน์หน้าจอแบบเรียบ 

สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ดูแตกต่างจากรุ่น Pro+ คือหน้าจอแสดงผลแบบเรียบที่ใช้งานง่าย แต่ยังคงความคงทน และมีความละเอียด แสดงผลได้สวยงามไม่แพ้กัน ไม่แพ้กัน โดยมีความละเอียดหน้าจอที่ 1.5K ใช้จอภาพแบบ CrystalRes AMOLED ขนาดใหญ๋ 6.83 นิ้ว (2772 x 1220 พิกเซล) มาพร้อมเทคโนโลยี 3840Hz PWM Dimming ที่ช่วยถนอมสายตาเมื่อใข้เป็นเวลานาน และยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือซ่อนอยู่ใต้หน้าจอแสดงผล และมีลำโพงคู่แบบสเตอริโอความดัง 400% ด้วยเช่นกัน

REDMI Note 15

REDMI Note 15

REDMI Note 15

REDMI Note 15

Titan Durability สร้างมาเพื่อรองรับความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เป็นครั้งแรกของ REDMI Note Series ที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน REDMI Titan Durability ทั้ง Note 15 Pro+ 5G และ Note 15 Pro 5G เน้นความทนทานในหลายด้าน ทั้งแบตเตอรี่ การป้องกันการกระแทก และการกันฝุ่นน้ำ ผ่านการรับรอง SGS Premium Performance 5 ดาว พร้อมโครงสร้างที่ออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทก การบีบอัด และการบิดงอที่อาจเกิดขึ้นตามปกติ

REDMI Note 15

REDMI Note 15

โครงสร้างภายในประกอบด้วยเมนบอร์ดที่แข็งแรง เฟรมกลางที่เสริมพิเศษพร้อมระบบระบายความร้อน และมีการดูดซับแรงกระแทกใน 7 จุดสำคัญ หน้าจอใช้กระจก Corning Gorilla Glass Victus 2 ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการตก ส่วนฝาหลังเป็นไฟเบอร์กลาสที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกโดยไม่เพิ่มน้ำหนักมากนัก ทำให้สามารถทนต่อการตกจากความสูง 2.5 เมตรได้

เรื่องการกันน้ำกันฝุ่น เครื่องผ่านมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K สามารถอยู่ใต้น้ำลึก 2 เมตรได้นานถึง 24 ชั่วโมง โดยได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD มีการออกแบบโครงสร้างกันน้ำถึง 17 จุด เมื่อหน้าจอเปียก ระบบ AI Wet Touch 2.0 จะปรับความไวของหน้าจอสัมผัสโดยอัตโนมัติเพื่อให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง 

จากการทดสอบแบบสุดขั้วที่ไม่เจอในชีวิตประจำวันแน่ๆ โดยปล่อยตกจากที่สูง 2.5 เมตร, ใช้ค้อนทุบเนื้อทุบหน้าจอแรงๆ, จุ่มน้ำร้อน 100 องศา แล้วมาจุ่มน้ำเย็นก็ยังไม่เป็นไร สามารถนำมาใช้งานได้ตามปกติ ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ทน แกร่ง!! จริงๆ

กล้องความละเอียดสูงสด 200MP ผสานการทำงานกับ AI Engine

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล บนเซ็นเซอร์ HPE ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว พร้อมชุดเลนส์ 7 ชิ้น รูรับแสง f/1.7 และระบบกันสั่น OIS ใช้เทคโนโลยี Tetra pixel ที่รวม 16 พิกเซลเป็น 1 พิกเซล (16-in-1 pixel binning) ให้ถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น ซูมแบบ In-sensor 2x และ 4x โดยไม่สูญเสียรายละเอียด เสริมพลังให้เซ็นเซอร์ด้วย AI Engine 200MP รุ่นใหม่ ระบบประมวลผลภาพบนตัวเครื่อง นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

REDMI Note 15

สำหรับ AI ที่เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพก็มีทั้ง AI Imaging Enhancement ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพ, AI Beautify ที่ปรับสีและรายละเอียดให้สวยลงตัวได้ในคลิกเดียว และ AI Erase Pro สำหรับลบวัตถุ ลบคน หรือเงาสะท้อนที่ไม่ต้องการ ใช้งานง่ายเพียงไม่กี่คลิกเสร็จจบบนหน้าจอมือถือ

REDMI Note 15

REDMI Note 15

สำหรับกล้องหน้า และกล้องทั้ง 2 รุ่นมีสเปคดังนี้

กล้องหน้า

REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2

REDMI Note 15 Pro 5G

  • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2

กล้องหลัง 2 เลนส์

  • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 ขนาดใหญ่ เซ็นเซอร์ HPE  ขนาด 1/1.4 นิ้ว, 7 ชิ้นเลนส์ ระบบกันสั่น OIS
  • กล้องเลนส์ Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2

REDMI Note 15

ในด้านการถ่ายวิดีโอก็รองรับความละเอียดระดับ 4K ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DAG ความคมชัดของการถ่ายภาพบุคคลที่พัฒนาให้รายละเอียดใบหน้าดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และ Dynamic Shots 2.0 ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์ มี AI Creativity Assistant ช่วยให้การแต่งภาพหลังถ่ายเป็นเรื่องง่าย ด้วยเครื่องมืออย่าง 

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

REDMI Note 15 Pro+ 5G เร็วแรงด้วยชิป Snapdragon 7s Gen 4

REDMI Note 15 Pro+ 5G เป็นรุ่นท็อปสุดในซีรีส์ มาพร้อมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 สถาปัตยกรรมการผลิต 4 นาโนเมตรที่โดดเด่นในด้านความแรง เสถียรภาพ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แกนประมวลผล Octa-core ความเร็ว 2.7 GHz และรองรับเครือข่าย 5G เต็มรูปแบบ มีระบบระบายความร้อน Xiaomi IceLoop โดยใช้สแตนเลสขนาดใหญ่พิเศษ 5,200 ตร.มม. ถ่ายเทความร้อนสูงได้มากกว่าปกติถึง 3 เท่า

ในด้านหน่วยความจำของตัวเครื่องมาพร้อม RAM LPDDR4X ขนาดใหญ่ 12 GB และมีฟีเจอร์ Memory Extension ที่สามารถเพิ่ม RAM ได้อีก 12 GB โดยดึงพื้นที่จาก ROM ทำให้มี RAM รวมสูงสุดถึง 24 GB ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในก็ให้มาแบบจุใจถึง 512 GB ทำให้สามารถจัดเก็บภาพถ่าย วิดีโอ และข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่รุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกเพิ่มเติมได้

สำหรับ REDMI Note15 Pro 5G เป็นรุ่นรองลงมา แต่ยังเร็วแรงด้วยหน่วยประมวลผล MediaTek  Dimensity 7400-Ultra แกนประมวลผล Octa-core ความเร็ว 2.6 GHz และรองรับเครือข่าย 5G ด้วยเช่นกัน มีหน่วยความจำให้เลือก 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นหน่วยความจำ 12+512GB และรุ่นหน่วยความจำที่เราได้มาทดสอบเครื่องนี้ 8+256GB นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำ RAM ได้อีก 8GB รวมทั้งหมดเป็น 16GB

REDMI Note 15

ทั้ง 2 รุ่นใช้ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS เวอร์ชั่น 2.0 โดยมีพื้นฐานการทำงานจาก Android เวอร์ชั่น 15 รองรับการใช้งาน Google Mobile Service เต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น, เกมต่างๆ พร้อมอัพเดทความปลอดภัยในอนาคตด้วย

 

ผลการทดสอบด้วยแอพฯ Antutu 3D Benchmark เวอร์ชั่น 11.0.8 ที่เรานำมาทดสอบเป็นประจำ ทำคะแนนได้สูงสุด 1,060,178 คะแนน

ผลการทดสอบด้วยแอพฯ Antutu 3D Benchmark เวอร์ชั่น 11.0.8 ของ REDMI Note15 Pro 5G ทำคะแนนได้สูงสุด 921,960 คะแนน ถือว่าทำคะแนนสูสีกัน ต่างกันเล็กน้อยกับรุ่นพี่

แบตเตอรี่แบบซิลิคอน-คาร์บอน ทนทาน ใช้งานได้ยาวนานขึ้น HyperCharge 100W

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมการอัพเกรดแบตเตอรี่ที่อึด และทนเป็นพิเศษแบตเตอรี่ โดยใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ที่มีส่วนผสมของซิลิคอน-คาร์บอน 10% ทำให้มีความจุสูงขึ้น รอบการใช้งานยาวนานขึ้น สามารถคงความจุแบตเตอรี่ไว้ได้มากกว่า 80% แม้ผ่านการชาร์จกว่า 1,600 รอบ เทียบเท่าการใช้งานปกติยาวนานประมาณ 6 ปี ด้วยระบบจัดการแบตเตอรี่ Xiaomi Surge

ความจุแบตเตอรี่ในรุ่น Pro+ 5G มึความจุ 6500mAh ชาร์จเร็ว HyperCharge 100 วัตต์ด้วยอแดปเตอร์ที่มีมาให้ในกล่อง และยังรองรับการชาร์จย้อนกลับ 22.5 วัตต์ สามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ภายในเวลาเพียง 40 นาที 

และในรุ่น Pro 5G จะมีแบตเตอรี่ความจุมากกว่าเล็กน้อยที่ 6580mAh รองรับการชาร์จเร็ว 45 วัตต์ TurboCharge และรองรับระบบชาร์จย้อนกลับ 22.5 วัตต์เช่นกัน

บทสรุปรีวิว REDMI Note 15 Pro+ 5G และ Note 15 Pro 5G ในความเห็นของ What Phone

หลังจากใช้งานทั้ง 2 รุ่นมาสักระยะพบกว่าการใช้งานทั่วไปแทบไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป การคมชัด ความสวยความของกล้องถ่ายภาพ แต่จะเริ่มเห็นความแตกต่างเมื่อใช้งานหนักๆ อย่างเช่นกันถ่ายภาพแบบรัวๆ โดยเฉพาะการถ่ายภาพบุคคลที่ต้องอาศัยความแรงในการประมวลผลจะเห็นว่า REDMI Note 15 Pro+ 5G ทำงานได้เร็วกว่า ประมวลผลภาพถ่ายได้รวดเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด รวมไปถึงการเล่นเกมด้วย และอีกหนึ่งสิ่งที่เร็วกว่าแบบเห็นๆ คือการชาร์จแบตเตอรี่ด้วย HyperCharge 100 วัตต์ ใช้เวลาไม่ถึง 50 นาที แต่ TurboCharge 45 วัตต์ของ Note 15 Pro 5G ใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง

อีกนึ่งสิ่งที่เราประทับใจนั่นก็คือความแกร่งของตัวเครื่อง โดยเฉพาะการใช้ค้อนทุบเนื้อที่มีตุ่มแหลม สามารถทุบได้โดยหน้าจอไม่แตก และยังไม่เป็นรอยอีกด้วย ถือว่าแกร่งสมชื่อ REDMI Titan เลยทีเดียว แต่ถ้ายังไม่มั่นใจ Xiaomi ก็เพิ่มการรับประกันให้อีก ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี โดยรวมแล้วหากต้องการประสิทธิภาพจริงๆ แนะนำขยับไปรุ่น Pro+ 5G เลย แต่หากมีงงประมาณจำกัด ต้องการเซฟเงินในกระเป๋า แต่ยังคงใช้งานได้แทบไม่ต่างกันก็เลือกเป็นรุ่น Pro 5G ธรรมดาก็ได้ แกร่งไม่แพ้กัน!!!

สรุปสเป็ค REDMI Note 15 Pro+ 5G

  • ขนาด 163.34 x 78.31 x 8.19 มม. น้ำหนัก 207.1 กรัม
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ SIM1+SIM2 หรือ eSIM+SIM1
  • หน้าจอ CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 2772 พิกเซล
  • จอแสดงผลรองรับ HDR10+, Dolby Vision, Refresh rate 120 Hz, 3840Hz PWM dimming
  • กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 7s Gen 3 Octa-core ความเร็ว 2.7 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Adreno 810
  • ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2.0 บนพื้นฐาน Android 15
  • หน่วยความจำ RAM 12+12 GB LPDDR4X, ROM 512 GB
  • ระบบปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 2 เลนส์
    • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 เซ็นเซอร์ HPE ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว, 7 ชิ้นเลนส์
    • กล้องเลนส์ Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 30fps, 1080p 60fps
  • แบตเตอรี่ 6500 mAh ชาร์จเร็วด้วยอแดปเตอร์ HyperCharge 100 วัตต์
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6/6E/Wi-Fi 5/Wi-Fi 4/802.11a/b/g รองรับ 2×2 MIMO ความถี่ 2.4 และ 5 GHz, Bluetooth 5.4, NFC
  • ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียงสเตอริโอ รองรับ Dolby Atmos ดังสุด 400%
  • กันน้ำ กันฝุ่นมาตรฐาน IP66, IP68, IP69, IP69K
  • มีให้เลือก 3 สี Black, Glacier Blue และ Mocha Brown
  • ราคาเปิดตัว 14,990 บาท

สรุปสเป็ค REDMI Note 15 Pro 5G

  • ขนาด 163.61 x 78.09 x 8.19 มม. น้ำหนัก 210 กรัม
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ SIM1+SIM2 หรือ eSIM+SIM1
  • หน้าจอ CrystalRes AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 2772 พิกเซล
  • จอแสดงผลรองรับ HDR10+, Dolby Vision, Refresh rate 120 Hz, 3840Hz PWM dimming
  • กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass Victus 2
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 7400-Ultra Octa-core ความเร็ว 2.6 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ 3D Mali-G615
  • ระบบปฏิบัติการ Xiaomi HyperOS 2.0 บนพื้นฐาน Android 15
  • หน่วยความจำ มีให้เลือก 2 รุ่น
    • หน่วยความจำ RAM 8+256 GB LPDDR4X
    • หน่วยความจำ RAM 12+512 GB LPDDR4X
  • ระบบปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ และปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • กล้องหน้า 20 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 2 เลนส์
    • กล้องเลนส์ Wide ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.7 เซ็นเซอร์ HPE ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว, 7 ชิ้นเลนส์
    • กล้องเลนส์ Ultra wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K 30fps, 1080p 60fps
  • แบตเตอรี่ 6580 mAh ชาร์จเร็วด้วยอแดปเตอร์ TurboCharge 45 วัตต์
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 802.11a/b/g/n/ac/ax , Bluetooth 5.4, NFC
  • ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียงสเตอริโอ รองรับ Dolby Atmos ดังสุด 400%
  • กันน้ำ กันฝุ่นมาตรฐาน IP66, IP68, IP69, IP69K
  • มีให้เลือก 3 สี Glacier Blue, Titanium color, Mist Purple
  • ราคาเปิดตัว 2 รุ่นหน่วยความจำ
    • หน่วยความจำ 8+256 GB ราคา 9,999 บาท
    • หน่วยความจำ 12+512 GB ราคา 12,990 บาท

การวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

  • REDMI Note 15 Pro+ 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Mocha Brown, Glacier Blue และ Black วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไปในราคา 14,990 บาท ที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Note 15 Pro+ 5G ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Smart Air Purifier 4 compact, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมนาคุณ 13,687 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท

  • REDMI Note 15 Pro 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium Color, Mist Purple และ Black โดยรุ่นความจุ 12GB+512GB วางจำหน่ายในราคา 12,990 บาท และรุ่นความจุ 8GB+256GB วางจำหน่ายในราคา 9,999 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไปในที่ Xiaomi Store และร้านตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายทางออนไลน์แพลตฟอร์ม

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Note 15 Pro 5G รุ่นความจุ 12GB+512GB ในระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Mi Smart Standing Fan 2 Lite, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 12,887 บาท และลูกค้าที่ซื้อรุ่นความจุ 8GB+256GB ระหว่างวันที่ 16-31 มกราคม 2569 รับฟรี Xiaomi Backpack, รับประกันแบตเตอรี่ 4 ปี, รับประกันความเสียหายจากของเหลว 2 ปี, รับประกันความเสียหายของหน้าจอหรือฝาหลัง 2 ปี, และรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี รวมมูลค่าของสมณาคุณ 11,887 บาท นอกจากนี้ยังนำเครื่องเก่ามาแลกใหม่และรับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 2,400 บาท

To Top

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณและสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • GA

    Google Analytic

Save